วันอาทิตย์ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2556

บันทึกอนุทินครั้งที่ 9


บันทึกอนุทิน
วิชา การจัดประสบการณ์ทางภาษาสำหรับเด็กปฐมวัย
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์ตฤณ แจ่มถิน
วัน/เดือน/ปี วันศุกร์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ.2556
ครั้งที่ 9 เวลา 08.30-12.20

ความรู้ที่ได้รับวันนี้
วันนี้ได้ทำหนังสือนิทานเล่มใหญ่เรื่องหมูน้อยผจญภัย โดยแบ่งกลุ่มช่วยกันทำจนเป็นหนังสือนิทาน 1เล่มในทางกลับกันถ้าให้เด็กอนุบาลทำกิจกรรมเดียวกันนี้เด็กเขาก็จะได้ภาษา ได้จินตนาการในการคิด การเขียนรูป การช่วยเหลือกันในกลุ่ม เด็กก็จะมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อน ระหว่างทำกิจกรรมเด็กก็จะเดินไปดูเพื่อนตามกลุ่ม เช่นรูปเรือ เด็กก็จะเดินไปดูเพื่อนว่าเรือของเขานั้นเหมือนกับของเพื่อนหรือเปล่า นิทานที่เด็กทำนั้นเด็กๆจะเป็นคนคิดขึ้นมาเอง




ภาพกิจกรรม

วันเสาร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2556

บันทึกอนุทินครั้งที่ 8

บันทึกอนุทิน
วิชา การจัดประสบการณ์ทางภาษาสำหรับเด็กปฐมวัย
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์ตฤณ แจ่มถิน
วัน/เดือน/ปี วันศุกร์ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ.2556
ครั้งที่ 8 เวลา 08.30-12.20


สอบกลางภาค


                                                                 หมูสามตัว

     

วันพฤหัสบดีที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2556

บันทึกอนุทินครั้งที่ 7

บันทึกอนุทิน
วิชา การจัดประสบการณ์ทางภาษาสำหรับเด็กปฐมวัย
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์ตฤณ แจ่มถิน
วัน/เดือน/ปี วันศุกร์ ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ.2556
ครั้งที่ 7 เวลา 08.30-12.20
ความรู้ที่ได้รับวันนี้
ได้ทำกิจกรรมการเล่านิทานต่อกัน คือวาดรูปที่ตัวเองชอบแล้วนำรูปออกไปเล่านิทานต่อกัน สิ่งที่ได้คือ การพูด การคิดจิตนาการในการเล่านิทาน การเขียน การเรียบเรียงประโยค เมื่อไปสอนเด็กสิ่งที่ควรคำนึงถึงคือ
  - ไม่ควรเรียงลำดับในการทำกิจกรรม ให้เด็กทำตามความสมัครใจ
- ให้เด็กออกมาทำกิจกรรมด้วยตนเองจะดีกว่า



การประเมินภาษาของเด็ก
1.ใช้เครื่องมือในการประเมินที่หลากหลาย เป็นวิธีที่ดีที่สุดคือ การสังเกต สนทนา และการจดบันทึกเรื่องการพูด การเขียนประเมินได้จากรายละเอียดภาพว่ามีมากขนาดไหน ไม่ประเมิจว่าสวยหรือไม่สวย
2.เน้นที่ความก้าวหน้าของเด็ก คือ ต่อยอดสิ่งที่เด็กทำดีแล้วให้ดียิ่งขึ้น บันทึกในสิ่งที่เด็กทำได้ สิ่งไหนทำไม่ได้ต้องส่งเสริมเด็กก้าวสู้พัฒนาการทางภาษาให้ดียิ่งขึ้น
3.ประเมินจากบริบทที่หลากหลาย คือ ดูเด็กจากหลายๆบริบท หลายๆที่ เช่น เวลาอยู่กับเพื่อนหรืออยู่กับครู
4.ให้เด็กมีโอกาสประเมินตนเอง คือ ผลงานที่เด็กทำจะถูกติดตามห้องเพื่อให้เด็กเห็นผลงานเห็นพัฒนาการของตนเองและเพื่อนๆ
5.ครูให้ความสนใจทั้งกระบวนการและผลงานของเด็ก คือ ครูต้องดูกระบวนการคิดการทำงานของเด็กไม่ใช่ดูผลงานที่เสร็จสมบูรณ์ของเด็กโดยไม่สนใจว่าเด็กทำผลงานชิ้นนั้นขึ้นมาได้ยังไง
6.ประเมินเด็กเป็นรายบุคคล เพราะเด็กมีกระบวนการคิดที่แตกต่าง ครูที่ดีต้องคิดให้นอกกรอบอย่าตีกรอบความคิดให้เด็ก
*ผลงานที่เด็กทำต้องให้เด็กบรรยายด้วยโดยที่ครูเป็นคนเขียนถ้าเด็กเขียนได้ก็ให้เด็กเขียน
บันทึกการเขียน คือ ให้เด็กเขียนอะไรก็ได้ จะเกิดขึ้นในเด็กอนุบาล 3
ไอศกรีมที่กำลังละลาย


วันพฤหัสบดีที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

บันทึกอนุทินครั้งที่ 6

บันทึกอนุทิน
วิชา การจัดประสบการณ์ทางภาษาสำหรับเด็กปฐมวัย
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์ตฤณ แจ่มถิ่น
วัน/เดือน/ปี วันศุกร์ ที่19 เดือนกรกฎาคม พ.ศ.2556
ครั้งที่ 6 เวลา 08.30-12.20
ความรู้ที่ได้รับคือ
วันนี้เรียนเรื่อง แนวทางการจัดประการณ์ทางภาษา
1.การจัดที่เน้นทักษะทางภาษา (Skill Approch)
เป็นการเน้นให้เด็กรู้จักส่วนต่างๆของภาษา การประสมคำ ความหมายของคำและนำมาประกอบเป็นประโยค การจัดแบบนี้ไม่สอดคล้องกับธรรมชาติในการใช้ภาษาของเด็ก
และไม่สอดคล้องกับลักษณะการเรียนรู้ภาษาของเด็ก
Kerneth Goodman เป็นคนที่เสนอแนวทางการสอนภาษาธรรมชาติ ( Whole Language) การสอนภาษาแบบธรรมชาติ เป็นระบบความเชื่อปรัชญาม่ใช่การสอนล้วนๆ การจัดกิจกรรมคือต้องทำให้เด็กคิดว่า ภาษาอยู่รอบตัว สิ่งที่ต้องตระหนักคือ "เด็กเอาไปใช้ในชีวิตจริงได้ไหม" การพัฒนาภาษาแบบธรรมชาติต้องบูรณาการเข้ากับทุกกิจกรรม และจัดตามความสนใจของเด็ก เช่น สภาพอากาศ อาหาร ต้องมีการร่วมมือกับผู้ปกครองในการเรียนภาษาของเด็ก การเล่านิทาน เด็กก็จะได้รู้จักคำศัพท์และการเรียบเรียงประโยคที่ถูกต้อง
การอ่านมีจุดมุ่งหมายคือถอดรหัส
-อ่านอิสระ เด็กอ่านตามลำพัง
-อ่านร่วมกัน คือต้องการให้เด็กเข้าใจเรื่องราว อ่านกันเป็นกลุ่ม เด็กได้ความคิดรวบยอด เด็กได้รู้ว่าการอ่านหนังสือคืออ่านจากซ้ายไปขวา
-ยอมรับในสิ่งที่เด็กพูด อ่าน เขียน แม้จะค้านกับความคิดของเรา อย่าไปคาดหวังว่าจะเขียนได้ดีเหมือนเด็กปฐม

                                                           

วันอังคารที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

บันทึกอนุทินครั้งที่ 5

บันทึกอนุทิน
วิชา การจัดประสบการณ์ทางภาษาสำหรับเด็กปฐมวัย
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์ตฤณ แจ่มถิ่น
วัน/เดือน/ปี วันศุกร์ ที่12 เดือน กรกฎาคม พ.ศ.2556
ครั้งที่ 5 เวลา 08.30-12.20


วันนี้สรุปที่เพื่อนพรีเซ็นต์ ได้ว่าพัฒนาการทางภาษาของเด็กจะไปในทางที่ดีหรือไม่ดีก็ขึ้นอยู่กับพ่อแม่ ผู้ที่เลี้ยงดู และสภาพแวดล้อมที่อยู่รอบตัวเด็ก  และอีกกลุ่มหนึ่งที่สรุปได้ก็คือ
เนสเซล
1-10 เดือน เด็กจะแยกเสียงได้
10-18 เดือน เด็กควบคุมคำที่ออกเสียงจากคำที่จำได้
18-24 เดือน เด็กหัดออกสียง
ฟีนีย์
1.เรียนรู้จากการเล่นจะทำให้เด็กมีสมาธิ เช่นการเล่นบทบาทสมมุตคือเด็กจะเรียนรู้ผ่านประสาทสัมผัสทั้ง5 เมื่อเด็กเล่นจะถูกกระตุ้นให้เกิดสมาธิ “ประสบการณ์เรียนรู้ของเด็กมาจากการเล่น
2.การใช้ปฏิสัมพันธ์กับครู
- ต่อเนื่อง
- กลุ่มย่อย
- กลุ่มใหญ่
และวันนี้ได้ทำกิจกรรมวาดรูปสิ่งของที่ตัวเองรักมากตอนที่ยังเป็นเด็ก ดิฉันเลยวาดรูปการ์ตูนกล้วยจอมซน B1 กับ B2 แล้วก็ออกไปพรีเซ็นต์ให้เพื่อนๆฟังว่าทำไมถึงชอบ ซึ่งดิฉันก็ได้อธิบายว่าที่ชอบเจ้ากล้วยหอมเพราะว่าเป็นการ์ตูนเรื่องโปรดแม่ก็เลยซื้อตุ๊กตากล้วยหอมให้สองตัวเลยและจำได้ว่าแม่ซื้อกระเป๋ากล้วยหอมให้ด้วยตอนอยู่อนุบาลปัจจุบันไม่อยู่แล้วเพราะมันขาดหายไปไหนไม่รู้  สำหรับเนื้อหาที่ได้เรียนในวันนี้ก็คือ องค์ประกอบของภาษา

   

   
                                                              ผลงานกล้วยหอมจอมซน
The Road

องค์ประกอบของภาษา
1.Phonology
- ระบบเสียงของภาษา
- เสียงที่มนุษย์เปล่งออกมาเพื่อสื่อความหมาย
- หน่วยเสียงจะประกอบขึ้นเป็นภาษา
2.Semantic
- คือความหมายของภาษาและคำศัพท์
- คำศัพท์บางคำสามารถมีหลายความหมาย
3.Syntar
- ระบบไวยากรณ์
- การเรียงรูปประโยค
4.Pragmatic
- ระบบการนำไปใช้
- ใช้ภาษาตามสถานการณ์และถูกกาลเทศะ
แนวคิวนักการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับภาษาของเด็ก
1.สกินเนอร์ Skinner สิ่งแวดล้อมมีอิทธิพลต่อการพัฒนาการทางภาษา ให้ความสำคัญต่อสิ่งเร้าและการตอบสนอง
2.John B. Watson เป็นทฤษฎีการวางเงื่อนไขแบบคลาสสิค คืออยากให้เด็กเป็นอะไรผู้ใหญ่เป็นคนสร้างได้โดยไม่สนว่าเด็กจะชอบหรือไม่ชอบก็ตาม
นักพฤติกรรมนิยม
-ภาษาเป็นกระบวนการภายในของมนุษย์
-การเรียนภาษาเป็นผลจากการปรับพฤติกรรมโดยสิ่งแวดล้อม
-เด็กเกิดมาโดยมีศักยภาพในการเรียนรู้ภาษา
-เด็กสังเกตและเรียนแบบพฤติกรรมเมื่อมีปฏิสัมพันธ์กับบุคคลหรือครอบครัว
พัฒนาการทางสติปัญญาของเพียเจต์
-เด็กเรียนรู้การมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม
-ภาษาเป็นสิ่งให้เห็นถึงพัฒนาการของเด็ก
ไวกอสกี้ Vygotsky
-สังคม บุคคลรอบข้างมีผลต่อการเรียนรู้ภาษาของเด็ก
-เน้นบทบาทของผู้ใหญ่
-ผู้ใหญ่ช่วยชี้แนะและขยายประสบการณ์ด้านภาษาของเด็ก
กลีเซล Arnold Gesell (เน้นร่างกาย)
-เน้นความพร้อมทางด้านร่างกายในการใช้ภาษา
-ความพร้อม วุฒิภาวะของเด็กแต่ละคนไม่เท่ากัน
-เด็กบางคนอาจมีความพร้อมด้านร่างกายในการใช้ภาษาได้เร็ว
-เด็กบางคนอาจมีปัญหาด้านอวัยวะ
แนวคิดของกลุ่มที่เชื่อว่า ภาษาติดตัวมาตั้งแต่เกิด
Noam Chomsky
-ภาษาเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นภายในตัวมนุษย์
-การเรียนรู้ภาษาขึ้นอยู่กับวุฒิภาวะ
-มนุษย์เกิดมามีศักยภาพในการเรียนรู้ภาษามาตั้งแต่เกิดเรียกว่า LAD (Langnge Acquisition Deviec)
O. Hobart Mowrer คิดค้นทฤษฏีความพึงพอใจ
ความสามารถในการฟังและการได้ยินเสียงผู้อื่นและเสียงตัวเอง เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาทางภาษา (ความเพลิดเพลินจากการได้ยินเสียง)
แนวทางในการจัดประสบการณ์ทางภาษา
-เป็นสิ่งที่สะท้อนปรัชญาและความเชื่อของครูเกี่ยวกับการเรียนรู้ภาษาของเด็ก
-นำไปสู่การกำหนดกระบวยกาที่ใช้อย่างแตกต่างกัน
Richard and Rodger 3 กลุ่ม
1.มุมมองด้านโครงสร้างของภาษา (ครูแบบที่1)
-นำองค์ประกอบย่อยของภาษามาใช้
-เสียงไวยากรณ์ประกอบเป็นวลี
2.เน้นที่ความหมายของภาษา (มุมมองด้านหน้าที่ของภาษา)
-เชื่อว่าภาษาเป็นเครื่องมือสำหรับสื่อความหมาย
-เน้นการสื่อความหมาย จัดประสบการณ์
-ไม่ได้ละทิ้งแบบแผนหรือไวยากรณ์
3.มุมมองด้านปฏิสัมพันธ์
-ภาษาเป็นเครื่องมือในการสร้างความสัมพันธ์ทางสังคม
-การแลกเปลี่ยนประสบการณ์
-เด็กมีปฏิสัมพันธ์ผ่านการใช้ภาษา
5172






บันทึกอนุทินครั้งที่ 4






เพื่อนมารายงานเนื้อหาซึ่งแต่ละกลุ่มได้หัวข้อไม่เหมือนกัน ดิฉันอยู่กลุมที่1 ได้หัวข้อ ความหมายของภาษา ซึ่งวันที่จะรายงานมันก็มีอุปสรรคอยู่นิดหน่อยในเรื่องของการนำวีดีโอเข้าสู่งานนำเสนอ และกลุ่มของดิฉันได้รายงานเป็นกลุ้มแรกด้วยตื่นเต้นมาก แต่มันก็ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี

บันทึกอนุทินครั้งที่ 3


                                   
                                                   รับน้องใหญ่วันศุกร์ ที่ 28 มิถุนายน 2556